หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer)
หม้อแปลงไฟฟ้าคืออะไร และจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องกลไฟฟ้าแบบใด
หม้อแปลงไฟฟ้า เป็นเครื่องกลไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ใช้แปลงระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับจากค่าหนึ่งไปเป็นอีกค่าหนึ่งโดยอาศัยหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Induction). เครื่องกลไฟฟ้า หมายถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล หรือเปลี่ยนจากพลังงานกลมาเป็นพลังงานไฟฟ้า การทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวมีทั้งแบบเคลื่อนที่ และแบบอยู่กับที่.
ตัวอย่างเครื่องกลไฟฟ้าในงานทั่วไป
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล เช่นมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ที่แปลงระดับแรงดันเช่นหม้อแปลงไฟฟ้า ส่วนเครื่องกลที่เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า เช่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (สามารถผลิตแรงเคลื่อนไฟฟ้าและจ่ายกระแสไฟฟ้าออกมา).
- หม้อแปลงไฟฟ้า
- มอเตอร์ไฟฟ้า
นิยามและหน้าที่หลักของหม้อแปลงไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) คือ เครื่องกลไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ใช้เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยสามารถเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้า (Voltage) ให้เพิ่มขึ้นเรียกว่า Step up Transformer และให้ลดลงเรียกว่า Step down Transformer แต่ไม่เปลี่ยนกำลังไฟฟ้า (Power/Watt) และความถี่ (Frequency/Hz) ในเชิงอุดมคติ.
หน้าที่หลักในระบบไฟฟ้ากำลัง
- เพิ่มแรงดันเพื่อลดกระแสและลดการสูญเสียระหว่างการส่งกำลังไฟฟ้าระยะไกล.
- ลดแรงดันให้เหมาะกับการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า.
- แยกวงจรไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยและลดการรบกวนทางไฟฟ้า.
- ปรับแรงดันในระบบควบคุมและอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรงตามสเปกวงจร.
โครงสร้างและส่วนประกอบของหม้อแปลงไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงมีโครงสร้างและส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ แกนเหล็ก ขดลวดตัวนำ และฉนวน (และอาจมีส่วนประกอบย่อยซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อแปลง เช่น ถังบรรจุหม้อแปลง น้ำมันหม้อแปลง และขั้วของหม้อแปลง เป็นต้น).
ส่วนประกอบหลักของหม้อแปลงไฟฟ้า
- แกนเหล็ก: แกนเหล็กของหม้อแปลงจะมีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ เคลือบด้วยฉนวน เรียกกันว่า แผ่นลามิเนต เพื่อลดการสูญเสียจากกระแสวนและฮีสเทอรีซิส.
- ขดลวดตัวนำ: ขดลวดทองแดงหรืออลูมิเนียมหุ้มด้วยฉนวน โดยทั่วไป หม้อแปลงจะมีขดลวด 2 ชุด คือ ขดลวดปฐมภูมิ (Primary Winding) และขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Winding).
- ฉนวน: ใช้ป้องกันไม่ให้ขดลวดสัมผัสกับส่วนที่เป็นแกนเหล็ก และป้องกันไม่ให้ขดลวดแต่ละชั้นสัมผัสกันเพื่อลดความเสี่ยงการลัดวงจร.

หลักการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า
การทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าใช้การส่งถ่ายพลังงานไฟฟ้าจากวงจรหนึ่ง (ขดลวดปฐมภูมิ Primary Winding) ไปยังอีกวงจรหนึ่ง (ขดลวดทุติยภูมิ Secondary Winding) ผ่านเส้นแรงแม่เหล็ก (Flux) ในแกนเหล็ก (Iron Core). กระแสไฟฟ้ากระแสสลับที่ป้อนเข้าขดลวดปฐมภูมิจะสร้างแรงแม่เหล็ก (Magnetomotive Force) และฟลักซ์แม่เหล็กสลับไปมา ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (Induced EMF) ในขดลวดทุติยภูมิ.

ลำดับขั้นการทำงานแบบย่อ
- จ่ายไฟฟ้ากระแสสลับเข้าสู่ขดลวดปฐมภูมิ.
- กระแสไฟฟ้าสร้างฟลักซ์แม่เหล็กสลับในแกนเหล็ก.
- ฟลักซ์แม่เหล็กสลับตัดผ่านขดลวดทุติยภูมิ.
- เกิดแรงดันเหนี่ยวนำที่ขดทุติยภูมิและจ่ายพลังงานไฟฟ้าสู่โหลด.
ข้อดีด้านการสูญเสียกำลังของหม้อแปลง
หม้อแปลงไฟฟ้าไม่มีส่วนประกอบที่เคลื่อนที่เหมือนมอเตอร์ จึงไม่มีการสูญเสียจากแรงเสียดทานเชิงกลและแรงต้านจากลม การสูญเสียหลักอยู่ที่แกนเหล็กและขดลวด ทำให้โดยรวมหม้อแปลงมีประสิทธิภาพสูง.
ประเภทของหม้อแปลงไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้าสามารถจำแนกชนิดหรือประเภทตามลักษณะต่าง ๆ ได้หลายแบบ.
หม้อแปลง Step-up และ Step-down
หม้อแปลง Step-up ใช้เพิ่มระดับแรงดันด้านทุติยภูมิให้สูงกว่าด้านปฐมภูมิ โดยมีจำนวนรอบขดลวดทุติยภูมิมากกว่า ส่วนหม้อแปลง Step-down ใช้ลดแรงดันด้านทุติยภูมิให้ต่ำกว่าด้านปฐมภูมิ โดยมีจำนวนรอบขดลวดทุติยภูมิน้อยกว่า.

แบ่งตามลักษณะของแกนเหล็ก
- แกนเหล็กแบบคอร์ (Core Type): แผ่นเหล็กบางรูป LL หรือ UI ประกอบเป็นวงจรแม่เหล็กเดี่ยว ขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิพันอยู่คนละข้าง.
- แกนเหล็กแบบเชลล์ (Shell Type): แผ่นเหล็กรูป EI ประกอบเป็นวงจรแม่เหล็กสองวง ขดลวดทั้งสองพันรวมกันบนแกนกลาง.
- แกนเหล็กแบบทอร์รอยด์ (Toroid Type): แกนเหล็กเป็นวงแหวน ขดลวดพันรอบแกนโดยรอบ การสูญเสียต่ำและสนามรั่วน้อย.

แบ่งตามชนิดของระบบไฟฟ้า
- หม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียว (Single Phase Transformer): ใช้กับระบบไฟฟ้าเฟสเดียว ประกอบด้วยขดลวดด้านปฐมภูมิและทุติยภูมิหนึ่งชุด.
- หม้อแปลงไฟฟ้าสามเฟส (Three Phase Transformer): ใช้กับระบบไฟฟ้า 3 เฟส มีขดลวดด้านปฐมภูมิและด้านทุติยภูมิอย่างละ 3 ชุด และอาจต่อเป็นแบบวายหรือเดลต้า.
แบ่งตามลักษณะการใช้งาน
- หม้อแปลงกำลัง (Power Transformer): ใช้สำหรับจ่ายกำลังไฟฟ้าในระบบกำลัง มีพิกัดเป็นโวลต์แอมแปร์ (VA / kVA).
- หม้อแปลงอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transformer): ใช้จ่ายไฟให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ มักมีขนาดไม่เกิน 100 VA.
- หม้อแปลงเครื่องมือวัด (Instrument Transformer): ใช้วัดแรงดันและกระแสในวงจรกำลัง เช่น PT และ CT.
- หม้อแปลงเฉพาะงาน: เช่น หม้อแปลงแรงดันคงที่ หม้อแปลงกระแสคงที่ หม้อแปลงเฟอโรรีโซแนนซ์ และหม้อแปลงหลายแทป.
แบ่งตามลักษณะการพันขดลวด
- หม้อแปลงแบบแยกขด (Ordinary / Isolate Transformer): ขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิแยกกันโดยเด็ดขาด เหมาะกับงานที่ต้องการแยกวงจร.
- หม้อแปลงแบบอัตโนมัติ (Auto Transformer): ขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิเป็นขดลวดเดียวกัน มีจุดแทปปรับแรงดัน.
ตารางเปรียบเทียบหม้อแปลงแบบแยกขดกับหม้อแปลงแบบอัตโนมัติ
| ลักษณะเปรียบเทียบ | หม้อแปลงแบบแยกขด | หม้อแปลงแบบอัตโนมัติ |
|---|
| โครงสร้างขดลวด | ขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิแยกกัน | ใช้ขดลวดชุดเดียวมีจุดแทปหลายตำแหน่ง |
| การแยกวงจร | แยกทางไฟฟ้าดี ปลอดภัยสูง | ไม่แยกวงจรเต็มรูปแบบเหมือนแบบแยกขด |
| ขนาดและน้ำหนัก | มักใหญ่และหนักกว่าในพิกัดเท่ากัน | เล็กและเบากว่า ใช้วัสดุน้อยกว่า |
| ต้นทุน | ต้นทุนสูงกว่า | ต้นทุนต่ำกว่า |
| การใช้งาน | เน้นความปลอดภัยและการแยกวงจร | เน้นการปรับแรงดันกว้างและประหยัดวัสดุ |
โวลท์เตจเรกกูเลชั่น และประสิทธิภาพของหม้อแปลงไฟฟ้า
โวลท์เตจเรกกูเลชั่น (Voltage Regulation)
เนื่องจากแรงดันของหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อมีโหลดกับไม่มีโหลดจะแตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบแกนเหล็ก การพันขดลวด และคุณภาพของหม้อแปลง. สิ่งที่บอกอัตราการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วขดลวดด้านทุติยภูมิเรียกว่า โวลท์เตจเรกกูเลชั่น (Voltage Regulation).
ความสูญเสียในหม้อแปลงไฟฟ้า (Losses)
หม้อแปลงไฟฟ้านับได้ว่าเป็นเครื่องกลไฟฟ้าที่มีการสูญเสียน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับมอเตอร์หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพราะไม่มีส่วนประกอบที่เคลื่อนที่. การสูญเสียหลักมีสองส่วน คือ การสูญเสียในแกนเหล็ก และการสูญเสียในขดลวดตัวนำ.
การสูญเสียในแกนเหล็กจะมีค่าคงที่ไม่ว่าโหลดจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ส่วนการสูญเสียในขดลวดตัวนำจะเปลี่ยนตามโหลด ถ้าโหลดมากการสูญเสียในขดลวดก็มาก ถ้าโหลดน้อยการสูญเสียก็ลดลง.
ประสิทธิภาพของหม้อแปลงไฟฟ้า
ประสิทธิภาพของหม้อแปลง หมายถึง ความสามารถในการทำงานของหม้อแปลง ซึ่งเท่ากับอัตราส่วนระหว่างกำลังขาออก (Power Output) ต่อกำลังขาเข้า (Power Input). ถ้ากำลังขาออกกับกำลังขาเข้าต่างกันมากแสดงว่าหม้อแปลงมีประสิทธิภาพต่ำ แต่ถ้าค่าใกล้เคียงกันก็แสดงว่ามีประสิทธิภาพสูง.
การต่อหม้อแปลงไฟฟ้า
การขนานหม้อแปลง
การขนานหม้อแปลง หมายถึง การนำหม้อแปลงไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อขนานหรือต่อพ่วงเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยในการจ่ายโหลดหรือจ่ายกระแสไฟฟ้า เช่น กรณีหยุดซ่อมบำรุงหม้อแปลงเดิม ต้องเพิ่มกำลังการจ่าย หรือเพื่อลดต้นทุนการติดตั้งหม้อแปลงใหม่ขนาดใหญ่.
- ใช้แทนหม้อแปลงตัวเดิมชั่วคราวเมื่อหยุดซ่อมแซมบำรุงรักษา.
- เพิ่มความสามารถในการจ่ายกำลังไฟฟ้าด้วยหม้อแปลง 2 ตัวพิกัดเท่ากันต่อขนานกัน.
- ลดต้นทุนเมื่อโหลดเพิ่มขึ้นโดยต่อหม้อแปลงเสริมแทนการเปลี่ยนตัวใหม่ขนาดใหญ่.
การต่อหม้อแปลงเพื่อใช้กับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
การต่อหม้อแปลงไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้า 3 เฟส ทำได้ทั้งการใช้หม้อแปลงเฟสเดียว 3 ตัว หรือหม้อแปลงสามเฟส 1 ตัว โดยการเข้าขดลวดด้านปฐมภูมิและทุติยภูมิสามารถต่อเป็นแบบวาย (Wye/Star) หรือแบบเดลต้า (Delta).
การต่อแบบเดลต้า (Delta Connection)
ขดลวดจะต่อเข้าด้วยกันเป็นอนุกรมวงจรปิดรูปสามเหลี่ยม แรงดันเฟสเท่ากับแรงดันสาย และกระแสสายจะประมาณ 1.732 เท่าของกระแสเฟสในระบบสมดุล.
การต่อแบบวาย หรือ สตาร์ (Wye or Star Connection)
ปลายของขดลวดทั้งสามต่อเข้าด้วยกันเป็นจุดร่วม ด้านต้นต่อเข้ากับแหล่งจ่ายหรือโหลด แรงดันเฟสประมาณ 58% ของแรงดันสาย หรือแรงดันสายมีค่าประมาณ 1.732 เท่าของแรงดันเฟส ส่วนกระแสสายเท่ากับกระแสเฟส.
รูปแบบการต่อหม้อแปลงสามเฟสที่ใช้กันทั่วไป
- แบบเดลต้าเดลต้า (DeltaDelta): ปฐมภูมิและทุติยภูมิต่อเป็นเดลต้าทั้งสองด้าน.
- แบบวายวาย (WyeWye): ปฐมภูมิและทุติยภูมิต่อเป็นวายหรือสตาร์ทั้งสองด้าน.
- แบบเดลต้าวาย (DeltaWye): ด้านแรงสูงต่อเดลต้า ด้านแรงต่ำต่อวาย นิยมใช้ในระบบส่งจ่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่.
- แบบวายเดลต้า (WyeDelta): ด้านปฐมภูมิต่อวาย ด้านทุติยภูมิต่อเดลต้า.
- แบบเดลต้าเปิด (OpenDelta): ใช้หม้อแปลงเฟสเดียว 2 ตัวต่อเป็นเดลต้าเปิดในกรณีฉุกเฉินเมื่อหม้อแปลงตัวหนึ่งเสียหาย.
การระบายความร้อนหม้อแปลง น้ำมันหม้อแปลง และการบำรุงรักษา
การระบายความร้อนของหม้อแปลงไฟฟ้า
เมื่อหม้อแปลงใช้งานจะเกิดความร้อนจากการสูญเสียภายใน จึงต้องระบายความร้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน การระบายความร้อนมีหลายวิธี เช่น การใช้ลมธรรมชาติ น้ำมัน พัดลม และระบบหมุนเวียนน้ำมันน้ำ.
- การระบายความร้อนตามธรรมชาติ: ใช้อากาศรอบหม้อแปลงช่วยระบายความร้อน.
- การระบายความร้อนด้วยน้ำมัน: แช่ตัวหม้อแปลงในน้ำมันที่บรรจุอยู่ในถังหม้อแปลง.
- การระบายความร้อนด้วยน้ำมันและการเป่าลม: แช่ในน้ำมันและใช้พัดลมเป่าที่ผิวถังเพื่อเร่งระบายความร้อน.
- การระบายความร้อนด้วยน้ำมันและน้ำ: ใช้น้ำเป็นตัวช่วยระบายความร้อนจากน้ำมันอีกชั้นหนึ่ง.
- การระบายความร้อนด้วยการปั๊มน้ำมัน: ใช้ปั๊มน้ำมันให้ไหลเวียนผ่านส่วนที่ร้อนอย่างต่อเนื่อง.
น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า
น้ำมันหม้อแปลงใช้เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีและช่วยระบายความร้อนให้กับขดลวดและแกนเหล็ก คุณสมบัติที่ดีควรมีความหนืดต่ำ จุดวาบไฟสูง จุดติดไฟสูง ความหนาแน่นต่ำ และทนต่อแรงดันไฟฟ้าสูง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน.
การบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า
แม้หม้อแปลงไฟฟ้าจะต้องการการบำรุงรักษาน้อยกว่าเครื่องกลไฟฟ้าอื่น ๆ แต่ก็ยังต้องการการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยควรจัดทำแผนตรวจเช็กตามวาระ เช่น ตรวจสภาพภายนอก ตรวจอุณหภูมิ ตรวจคุณภาพน้ำมัน และตรวจค่าฉนวน เพื่อป้องกันการขัดข้องและยืดอายุการใช้งาน.
กรณีศึกษาการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าจริงจากหน้างาน
เคสโรงงานอุตสาหกรรมที่ขยายกำลังการผลิตในจังหวัดนครปฐม
บริษัท ไทยเซ็นเตอร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ จำกัด ได้รับมอบหมายให้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาด 1,000 kVA สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่ต้องการขยายกำลังการผลิต. เดิมโรงงานใช้หม้อแปลงขนาด 500 kVA ซึ่งเพียงพอในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อเพิ่มเครื่องจักรและไลน์ผลิต กระแสโหลดเฉลี่ยและกระแสสูงสุดเข้าใกล้พิกัดหม้อแปลงเดิมอย่างต่อเนื่อง.
ขั้นตอนสำคัญในการออกแบบและติดตั้ง
- สำรวจโหลดจริงและแนวโน้มการเติบโตของโรงงานใน 35 ปี เพื่อกำหนดขนาดหม้อแปลงที่เหมาะสม.
- เลือกระบบไฟฟ้า 3 เฟส 380/220V และหม้อแปลงแบบเดลต้าวาย (DeltaWye) ให้รองรับทั้งโหลดมอเตอร์และโหลดทั่วไป.
- ออกแบบระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันและครีบระบายความร้อนให้รองรับการทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง.
- จัดทำแผนติดตั้งและสวิตช์โอเวอร์จากหม้อแปลงเดิมเป็นหม้อแปลงใหม่โดยลดช่วงหยุดจ่ายไฟของโรงงานให้สั้นที่สุด.
ผลลัพธ์หลังการติดตั้ง
หลังติดตั้งหม้อแปลงขนาด 1,000 kVA โรงงานสามารถเพิ่มกำลังการผลิตตามแผนได้โดยไม่เกิดปัญหาแรงดันตกหรือโหลดเกินพิกัดหม้อแปลง. อุณหภูมิหม้อแปลงขณะเดินเครื่องอยู่ในช่วงปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงการเสียหายก่อนเวลาและง่ายต่อการวางแผนบำรุงรักษาในระยะยาว.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหม้อแปลงไฟฟ้า (FAQ)
หม้อแปลงไฟฟ้ามีกี่ประเภทหลัก
หากแบ่งตามการใช้งานและโครงสร้าง หม้อแปลงหลัก ๆ ได้แก่ หม้อแปลงกำลัง หม้อแปลงอิเล็กทรอนิกส์ หม้อแปลงเครื่องมือวัด หม้อแปลงเฟสเดียว สามเฟส และหม้อแปลงเฉพาะงาน เช่น หม้อแปลงแรงดันคงที่หรือหม้อแปลงเฟอโรรีโซแนนซ์.
ราคาหม้อแปลงไฟฟ้าประมาณเท่าไหร่
ราคาหม้อแปลงไฟฟ้าขึ้นอยู่กับพิกัดกำลัง (kVA), ระดับแรงดัน, ประเภทแกน, ระบบระบายความร้อน และสเปกเฉพาะของลูกค้า หม้อแปลงขนาดเล็กมีราคาถูกกว่าหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่. หากต้องการราคาประเมินควรแจ้งข้อมูลพิกัดและสเปกเบื้องต้นให้ผู้ผลิตช่วยคำนวณ.
จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้หม้อแปลงขนาดกี่ kVA
ต้องคำนวณจากกำลังไฟฟ้ารวมของโหลดพร้อมเผื่อการขยายในอนาคต และพิจารณาลักษณะการใช้งานว่าเป็นโหลดต่อเนื่องหรือเป็นช่วง ๆ การเลือกขนาดควรปรึกษาวิศวกรไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและประหยัด.
หม้อแปลงไฟฟ้าใช้งานได้กี่ปี
อายุการใช้งานของหม้อแปลงขึ้นอยู่กับคุณภาพการผลิต สภาพแวดล้อม ระดับโหลด และการบำรุงรักษา โดยทั่วไปหม้อแปลงกำลังที่ใช้งานถูกต้องและดูแลดีสามารถใช้งานได้หลายสิบปี.
ควรตรวจสอบและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน
สำหรับหม้อแปลงในโรงงานหรือระบบจ่ายไฟ ควรตรวจสภาพภายนอกและอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอ และตรวจคุณภาพน้ำมันและค่าฉนวนตามรอบ เช่น ปีละครั้ง หรือถี่กว่านั้นหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนัก การทำตามแผนบำรุงรักษาช่วยลดความเสี่ยงการขัดข้อง.
หม้อแปลง Step-up และ Step-down เลือกใช้อย่างไร
หากต้องการส่งกำลังไฟฟ้าระยะไกลด้วยแรงดันสูงเพื่อให้กระแสต่ำและลดการสูญเสียมักใช้หม้อแปลง Step-up ส่วนก่อนจ่ายเข้าบ้านหรือโรงงานจะใช้หม้อแปลง Step-down เพื่อลดแรงดันให้เหมาะกับอุปกรณ์.
ควรเลือกหม้อแปลงแบบแยกขดหรือแบบอัตโนมัติเมื่อไร
ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงและการแยกวงจรชัดเจน เช่น วงจรควบคุมหรือเครื่องมือวัด ควรเลือกหม้อแปลงแบบแยกขด แต่หากต้องการปรับแรงดันในช่วงกว้างและเน้นประหยัดขนาดและต้นทุน ในกรณีที่ความปลอดภัยอนุญาตสามารถเลือกหม้อแปลงแบบอัตโนมัติได้.
สนใจหม้อแปลงไฟฟ้า หรือขอคำปรึกษาหน้างาน ติดต่อได้ทาง
บริษัท ไทยเซ็นเตอร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ จำกัด
Thai Center Transformer Co.,Ltd.
ที่อยู่ 67/1 หมู่ 7 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โทร. 034-219036, 034-984092, 096-7899444, 097-2891444, 093-4644299
แฟกซ์ 034-219036
อีเมล์ : thaicenter671@gmail.com